← ข่าวทั้งหมด
กายภาพบำบัด

ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง รักษาอย่างไร? เจาะลึกแนวทางกายภาพบำบัดตามหลักฐานเชิงประจักษ์

ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง รักษาอย่างไร? เจาะลึกแนวทางกายภาพบำบัดตามหลักฐานเชิงประจักษ์

   กายภาพบำบัดรักษาอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง (Chronic Low Back Pain) แนวทางการรักษาตามหลักฐานเชิงประจักษ์

ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังรักษาอย่างไร? กายภาพบำบัดช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวได้อย่างไรบ้าง?
การรักษาที่มีหลักฐานสนับสนุน ได้แก่ การออกกำลังกาย การให้ความรู้เกี่ยวกับอาการปวด และการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

อาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง (Chronic Low Back Pain; CLBP) เป็นสาเหตุสำคัญของความพิการทั่วโลก และเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในคลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าในปี 2020 มีผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่างประมาณ 619 ล้านคนทั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 843 ล้านคนภายในปี 2050 ทำให้ภาวะนี้เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการสูญเสียปีสุขภาวะจากความพิการ (Years Lived with Disability; YLDs)

สำหรับนักกายภาพบำบัด การดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรอาศัยแนวคิด Biopsychosocial Model ร่วมกับการรักษาที่อ้างอิงหลักฐาน (Evidence-Based Practice) มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงความผิดปกติของโครงสร้างทางกายวิภาคChronic Low Back Pain คืออะไร

Chronic Low Back Pain หมายถึงอาการปวดบริเวณตั้งแต่ชายโครงล่างจนถึงรอยพับก้น ซึ่งเป็นต่อเนื่องนานกว่า 12 สัปดาห์ โดยส่วนใหญ่จัดเป็น Non-specific Low Back Pain กล่าวคือ ไม่สามารถระบุสาเหตุจากโรคได้อย่างชัดเจน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 90% ของผู้ป่วยทั้งหมด

พยาธิสรีรวิทยา (Pathophysiology)

แนวคิดปัจจุบันอธิบายว่า Chronic Low Back Pain เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

-Peripheral sensitization

-Central sensitization

-ความบกพร่องของระบบควบคุมการเคลื่อนไหว (Motor Control Impairment)

-ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อลดลง

-ความกลัวการเคลื่อนไหว (Fear Avoidance)

-ปัจจัยด้านจิตใจและสังคม เช่น ความเครียด ภาวะซึมเศร้า และการนอนหลับไม่เพียงพอ

แนวคิดดังกล่าวทำให้การรักษาในปัจจุบันมุ่งเน้นการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งด้านร่างกายและจิตสังคม มากกว่าการแก้ไขความผิดปกติของภาพถ่ายรังสีเพียงอย่างเดียว

แนวทางกายภาพบำบัดตามหลักฐานวิชาการ

1. Exercise Therapy: First-line Treatment

WHO แนะนำให้การออกกำลังกาย (Exercise Therapy) เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของการรักษาแบบไม่ผ่าตัดสำหรับผู้ป่วย Chronic Primary Low Back Pain โดยควรใช้ร่วมกับการให้ความรู้ผู้ป่วยและการดูแลแบบองค์รวม

รูปแบบการออกกำลังกายที่มีหลักฐานสนับสนุน ได้แก่

1.Motor Control Exercise

2.Core Stabilization

3.Resistance Exercise

4.Aerobic Exercise

5.Pilates

6.Yoga

7.Walking Program

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ารูปแบบการออกกำลังกายชนิดใดเหนือกว่าชนิดอื่นอย่างมีนัยสำคัญ การเลือกโปรแกรมจึงควรคำนึงถึงอาการ ความสามารถ และความชอบของผู้ป่วย

2. Patient Education

การให้ความรู้เป็นองค์ประกอบสำคัญของการรักษา โดยเน้น อธิบายธรรมชาติของโรค ลดความกลัวการเคลื่อนไหว ส่งเสริมการกลับไปทำกิจวัตรประจำวัน กระตุ้นการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

WHO ระบุว่าการให้ความรู้และส่งเสริมการดูแลตนเองเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของการรักษาแบบไม่ผ่าตัดสำหรับผู้ป่วย Chronic Low Back Pain

3. Manual Therapy

Manual Therapy เช่น Spinal Mobilization, Manipulation, Soft Tissue Mobilization

สามารถใช้เป็นการรักษาเสริมร่วมกับ Exercise Therapy เพื่อช่วยลดอาการปวดในระยะสั้น แต่ไม่ควรใช้เป็นการรักษาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากหลักฐานสนับสนุนผลลัพธ์ระยะยาวยังมีจำกัด

4. การรักษาที่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นกิจวัตร

WHO ไม่แนะนำให้ใช้การรักษาต่อไปนี้เป็นประจำในผู้ป่วยส่วนใหญ่ เนื่องจากประโยชน์ไม่ชัดเจนหรือความเสี่ยงอาจมากกว่าประโยชน์

1.Lumbar Traction

2.Lumbar Brace

3.Opioids สำหรับการรักษาระยะยาว

4.การรักษาที่เน้นการพักนิ่งเป็นเวลานาน

Clinical Pearls สำหรับนักกายภาพบำบัด

1.ประเมิน Red Flags ก่อนเริ่มรักษา

2.คัดกรอง Yellow Flags เช่น Fear Avoidance, Catastrophizing และภาวะซึมเศร้า

3.กำหนดเป้าหมายการรักษาโดยเน้นการฟื้นฟูการทำงาน (Function) มากกว่าการลดคะแนนความปวดเพียงอย่างเดียว

4.ส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและการดูแลตนเอง

5.ใช้แนวทาง Biopsychosocial ในการวางแผนรักษา

   Manual Therapy สามารถใช้เป็นการรักษาเสริมร่วมกับการออกกำลังกายและการให้ความรู้ผู้ป่วยเมื่อมีข้อบ่งชี้ เพื่อช่วยลดอาการปวดและส่งเสริมการเคลื่อนไหวในระยะสั้น โดยผลลัพธ์ระยะยาวยังขึ้นกับการออกกำลังกายและการดูแลตนเองเป็นหลัก

   แม้อาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังจะพบได้บ่อย แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติเมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง การคงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และการดูแลตนเอง มีบทบาทสำคัญต่อผลลัพธ์ในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

  1. WHO Guideline for Non-surgical Management of Chronic Primary Low Back Pain (2023)

  2. WHO News: WHO releases guidelines on chronic low back pain

  3. WHO Fact Sheet: Low Back Pain

  4. NCBI Bookshelf: WHO Guideline - Evidence and Recommendations

  5. Lancet Series: What low back pain is and why we need to pay attention - The Lancet

6.   Prevention and treatment of low back pain: evidence, challenges, and promising directions - Pu6.yYoga

เรียบเรียงโดย นักกายภาพบำบัดวิชาชีพ กภ.ศุภมาส จำปาล่า ก.9479 DPT, DO, PT Doctor of Physical Therapy, Doctor of Osteopath, Physical Therapy